Diary

Friday, September 29, 2006

Troisième République

La Guerre de 1870 entraîne la chute du Second Empire et le retour à la république. Le Second Empire était un régime parlementaire, son héritage sera en parti repris par la IIIe République.
Le décret du 17 février1871 instaure la république, qui est dans son organisation provisoire un régime qui se cherche, en évoluant lentement vers un régime parlementaire. Les lois constitutionnelles de 1875 donnent son visage définitif au régime, qui semble à première vue relativement équilibré. La pratique des institutions en fera cependant un régime d'assemblée.
Sous la Troisième République, la France conquiert un vaste empire(Afrique occidentale et équatoriale, Indochine). La IIIe République prend fin le 10 juillet 1940 après l'attribution par vote des pleins pouvoirs au maréchal Pétain pendant la Seconde Guerre mondiale. Celui-ci met en place les actes constitutionnels jusqu'en 1944.
Sortie victorieuse mais au prix de souffrances démographiques et économiques immenses de la Première, puis rattachée in-extremis au camp vainqueur de la Seconde Guerre mondiale, la France, située du côté ouest du rideau de fer, bénéficie de l'expansion des Trente glorieuses.

Wednesday, September 06, 2006

Eiffel Tower

ชื่อสถานที่ : หอไอเฟล ( Eiffel Tower )
สถานที่ตั้ง : กรุงปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

หอไอเฟล ( eiffel ) สัญลักษณ์ของนครปารีส สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1887 - 1889 ออกแบบโดยวิศวกรที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ชื่อ กุสตาฟ ไอเฟล ( Gustave Eiffel ) เพื่อเป็นสัญลักษณ์การจัดงานแสดงสินค้าโลกในปี 1889 ( พ.ศ. 2413 ) ฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบว่า ทำลายความงดงามของกรุงปารีสด้วยโคลงเหล็กน่าเกลียด อยู่ๆมีโคลงเหล็กสูงโด่งขวางตาพวกเขา เพราะมันทำขึ้นจากโลหะ 15,000 ชิ้น หนักถึง 7,000 ตัน ยึดต่อด้วยน๊อต 3,500,000 ตัว สีทาทั้งหมด 35 ตัน สูง1,050 ฟุต สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 7,799,401 ฟรังก์ เสียเวลาสร้าง 1 ปี มีลิฟต์พาชมวิวได้สูงถึงยอดหอซึ่งมีร้านอาหารที่สามารถนั่งชมวิวได้ทั่วทั้งกรุงปารีส และชมความงามของแม่น้ำเซนด้วย สุดท้ายหอไอเฟลกลับเป็นสถานที่ยอดนิยม ใครต่อใครที่มาปารีสต้องถ่ายรูปด้วยตามธรรมเนียม หอนี้เคยเป็นอาคารสูงที่สุดในโลกสมัยแรก จนกระทั่งตึกเอ็มไพร์เสตท สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1931

ในวันที่อากาศดีอาจขึ้นไปชมวิวได้ถึงชั้นสูงสุดที่ 899 ฟุต ยามค่ำคืน หอไอเฟลจะเปิดไฟสวยงามมาก และมุมที่ดีที่สุดที่จะถ่ายภาพหอไอเฟล คือ บริเวณ Trocadero มีทั้งร้านขายของที่ระลึก และ ภัตตาคาร เปิดทุกวันเวลา 9.30 - 23.00 น. ค่าขึ้นลิฟต์ ชมชั้นแรก 20 ฟรังก์ ชั้นแรกและชั้นสอง 42 ฟรังก์ ชั้นแรก / ชั้นสอง / ชั้นสาม 59 ฟรังก์

Monday, September 04, 2006

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศฝรั่งเศส



พื้นที่
550,000 ตารางกิโลเมตรเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างที่สุด ในยุโรปตะวันตก (เกือบ 1 ใน 5 ของสหภาพยุโรป) มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลกว้างขวางมาก (เขตเศรษฐกิจเฉพาะประมาณ 11 ล้านตารางกิโลเมตร)

ลักษณะภูมิประเทศประเทศฝรั่งเศส
เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงมีความมั่งคั่ง ซึ่งเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1940 ได้ถูกจัดอันดับ ให้เป็นหนึ่ง ในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม มีการตั้งโรงงาน มากมาย ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ ธุรกิจด้านบริการถูกจัดให้มี บทบาท ในสังคมฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน ซึ่งมากกว่า60% ของผู้ที่ใช้แรงงานอยู่ใน ธุรกิจด้านนี้
ฝรั่งเศสมีดินที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาก และทำให้ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในการทำไวน์ระดับโลก ประเทศฝรั่งเศส มีเศรษฐกิจที่มั่นคง ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 5 รองลงมาจาก อเมริกา, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และ อังกฤษ
ภูมิประเทศเป็นที่ราบ 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดเทือกเขาที่สำคัญ : ได้แก่ เทือกเขาแอลป์ (Alpes) ยอดเขาสูงสุดในยุโรปตะวันตก คือ ม็องต์บล็อง : Mont Blanc ซึ่งอยู่ในเขตประเทศฝรั่งเศส สูง 4,807 เมตร เทือกเขาฟีรีนีส (Pyrenees) ชูรา (Jura) อาร์แดน (Ardennes) มาสชิฟซ็องทรัล (Massif Central) และโวจ (Vosges)
ชายฝั่งทะเล: มีอาณาเขตติดทะเล 4 ด้าน ได้แก่ ทะเลเหนือ (Mer du Nord) ช่องแคบอังกฤษ (Manche) มหาสมุทรแอตแลนตอก (Atlantique) และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranee) รวมความยาวชายฝั่งทะเลทั้งสิ้น 5,500 กิโลเมตร
ภูมิอากาศแบ่งเป็น 3 ชนิด
ได้แก่ อากาศแบบมหาสมุทร (ภาคตะวันตก) แบบเมดิเตอร์เรเนียน (ภาคใต้) และแบบภูเขา (ภาคกลางและตะวันออก)

ประชากร
60.4 ล้านคน (สถิติเมื่อปี 2000)ความหนาแน่นของพลเมือง : 107 คน ต่อตารางกิโลเมตรฝรั่งเศสมีชุมชนที่มีประชากรมากกว่า 150,000 คน ถึง 52 แห่ง รวมประชากรกว่า 30 ล้านคน เมืองใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรก (สถิติปี 1999 ) คือปารีส (Paris) 10.6 ล้านคนลีย็อง (Lyon) 1.6 ล้านคนมาร์แซย (Marseille) 1.4 ล้านคนลีลย์ (Lille) 1.1 ล้านคนตูลูส (Toulouse) 0.8 ล้านคน
เศรษฐกิจ
ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง มีความมั่งคั่ง ซึ่งเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1940 ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่ง ในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม มีการตั้งโรงงานมากมาย ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ ธุรกิจด้านบริการถูกจัดให้มีบทบาทในสังคม ฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน ซึ่งมากกว่า 60% ของผู้ที่ใช้แรงงานอยู่ในธุรกิจด้านนี้ฝรั่งเศสมีดินที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาก และทำให้ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในการทำไวน์ระดับโลก ประเทศฝรั่งเศส มีเศรษฐกิจที่มั่นคง ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 5 รองลงมาจาก อเมริกา, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และ อังกฤษ